ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการฉบับนี้ ("ข้อกำหนด") เป็นสัญญาระหว่าง บริษัท ออนทาวน์ จำกัด (ON TOWN Co., Ltd.) ทะเบียนนิติบุคคลเลขที่ 0835568014852 ที่อยู่ [TODO: ที่อยู่สำนักงานใหญ่ตามหนังสือรับรอง] ("บริษัท" หรือ "OnTown") กับผู้ที่สมัครใช้งานหรือใช้บริการ OnTown ("ผู้ใช้บริการ") การกดยอมรับข้อกำหนดนี้ การสมัครบัญชี หรือการใช้บริการ ถือว่าผู้ใช้บริการได้อ่าน เข้าใจ และตกลงผูกพันตามข้อกำหนดนี้ทุกประการ
1. คำนิยาม
- "บริการ" หมายถึง แพลตฟอร์มบริหารจัดการหอพัก อพาร์ตเมนต์ และห้องเช่า ภายใต้ชื่อ OnTown ซึ่งรวมถึงเว็บแอปพลิเคชันสำหรับผู้ให้เช่า แอปพลิเคชันสำหรับผู้เช่าผ่าน LINE เว็บไซต์ theontown.com ตลอดจนระบบออกใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ สัญญาเช่าอิเล็กทรอนิกส์ การตรวจสอบสลิปการชำระเงิน การแจ้งเตือนผ่าน LINE และ SMS และบริการอื่นที่บริษัทจัดให้
- "ผู้ให้เช่า" หมายถึง ผู้ใช้บริการที่สมัครบัญชีเพื่อบริหารจัดการอาคาร ห้องเช่า และผู้เช่าของตน
- "ผู้เช่า" หมายถึง บุคคลที่เช่าห้องพักจากผู้ให้เช่า และใช้งานส่วนของผู้เช่าผ่าน LINE หรือช่องทางอื่นที่บริษัทจัดให้
- "ข้อมูลผู้เช่า" หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เช่าที่ผู้ให้เช่าหรือผู้เช่านำเข้าสู่บริการ
2. บัญชีผู้ใช้และการสมัคร
2.1 ผู้ให้เช่าต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบันในการสมัคร รวมถึงยืนยันหมายเลขโทรศัพท์ผ่านรหัส OTP
2.2 ผู้ใช้บริการมีหน้าที่รักษาความลับของรหัสผ่านและบัญชีของตน และรับผิดชอบต่อกิจกรรมทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายใต้บัญชีของตน หากพบการใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องแจ้งบริษัททันที
2.3 ผู้สมัครต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ หรือเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายไทย
3. ระยะทดลองใช้ แพ็กเกจ และการชำระเงิน
3.1 บริษัทอาจให้ระยะทดลองใช้โดยไม่คิดค่าบริการตามเงื่อนไขที่ประกาศ ณ ขณะสมัคร เมื่อครบกำหนด ผู้ให้เช่าต้องสมัครแพ็กเกจแบบชำระเงินเพื่อใช้บริการต่อ
3.2 อัตราค่าบริการ รอบการเรียกเก็บ และรายละเอียดแพ็กเกจเป็นไปตามที่ประกาศบนเว็บไซต์ของบริษัท บริษัทอาจปรับเปลี่ยนอัตราค่าบริการโดยแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน การปรับอัตราจะมีผลในรอบการเรียกเก็บถัดไป
3.3 ค่าบริการที่ชำระแล้วไม่สามารถขอคืนได้ เว้นแต่กฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น หรือบริษัทกำหนดไว้เป็นลายลักษณ์อักษร
3.4 หากค้างชำระค่าบริการ บริษัทมีสิทธิระงับการใช้งานชั่วคราวหลังจากแจ้งเตือนตามสมควร
4. ขอบเขตและข้อจำกัดของบริการ
4.1 บริการบางส่วนอาศัยผู้ให้บริการภายนอก ได้แก่ LINE (การแจ้งเตือนและแอปผู้เช่า) ผู้ให้บริการ SMS ผู้ให้บริการตรวจสอบสลิป และผู้ให้บริการปัญญาประดิษฐ์สำหรับการอ่านข้อมูลจากเอกสาร (OCR) บริษัทไม่รับประกันความพร้อมใช้งานของบริการภายนอกดังกล่าว
4.2 ผลการตรวจสอบสลิปและการอ่านข้อมูลด้วย OCR เป็นเครื่องมือช่วยเท่านั้น ผู้ให้เช่ามีหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของยอดเงิน ข้อมูลผู้เช่า และเอกสารด้วยตนเองก่อนนำไปใช้ บริษัทไม่รับผิดต่อความเสียหายจากความคลาดเคลื่อนของผลลัพธ์อัตโนมัติดังกล่าว
4.3 เอกสารที่ระบบสร้างขึ้น เช่น สัญญาเช่า ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน เป็นเพียงแม่แบบอำนวยความสะดวก ผู้ให้เช่ามีหน้าที่ตรวจสอบให้เป็นไปตามกฎหมายที่ใช้บังคับกับกิจการของตน เช่น ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่องธุรกิจการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัย
4.4 บริษัทมุ่งหมายให้บริการมีความพร้อมใช้งานอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่รับประกันว่าบริการจะปราศจากข้อขัดข้อง บริษัทอาจหยุดให้บริการชั่วคราวเพื่อบำรุงรักษาโดยจะแจ้งล่วงหน้าตามสมควรเมื่อทำได้
5. หน้าที่ของผู้ให้เช่าเกี่ยวกับข้อมูลผู้เช่า (สำคัญ)
5.1 ในการประมวลผลข้อมูลผู้เช่า ผู้ให้เช่ามีสถานะเป็น "ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล" และบริษัทมีสถานะเป็น "ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล" ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ("PDPA") โดยมีข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (ภาคผนวก ก ด้านล่าง) เป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดนี้
5.2 ผู้ให้เช่ารับรองว่า ข้อมูลผู้เช่าที่นำเข้าสู่บริการนั้น ตนได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย ได้แจ้งรายละเอียดการเก็บรวบรวมใช้และเปิดเผยข้อมูลต่อผู้เช่าแล้ว และมีฐานทางกฎหมายรองรับ ทั้งนี้บริษัทได้จัดเตรียมแบบแจ้งข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับผู้เช่าไว้ในบริการเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ให้เช่า
5.3 ผู้ให้เช่าจะใช้ข้อมูลผู้เช่าที่ได้จากบริการเฉพาะเพื่อวัตถุประสงค์ในการบริหารการเช่าเท่านั้น และจะไม่นำไปเปิดเผยหรือใช้เพื่อการอื่นโดยไม่มีฐานทางกฎหมาย
5.4 เมื่อผู้เช่าใช้สิทธิตาม PDPA ต่อผู้ให้เช่า เช่น ขอเข้าถึง แก้ไข หรือลบข้อมูล ผู้ให้เช่ามีหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมาย โดยบริษัทจะจัดเครื่องมือสนับสนุนตามภาคผนวก ก
6. ข้อห้ามในการใช้บริการ
ผู้ใช้บริการตกลงจะไม่:
(ก) ใช้บริการเพื่อวัตถุประสงค์ที่ผิดกฎหมาย หรือละเมิดสิทธิของบุคคลอื่น
(ข) นำเข้าข้อมูลของบุคคลอื่นโดยไม่มีสิทธิหรือฐานทางกฎหมาย
(ค) พยายามเข้าถึงระบบ ข้อมูล หรือบัญชีของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ทดสอบเจาะระบบ หรือรบกวนการทำงานของบริการ
(ง) ทำวิศวกรรมย้อนกลับ คัดลอก ดัดแปลง หรือให้เช่าช่วงบริการ
(จ) ใช้บริการส่งข้อความรบกวน (spam) ต่อผู้เช่าหรือบุคคลใด
7. ทรัพย์สินทางปัญญา
7.1 บริการ ซอฟต์แวร์ เครื่องหมายการค้า และเนื้อหาที่บริษัทจัดทำ เป็นทรัพย์สินของบริษัท ผู้ใช้บริการได้รับสิทธิใช้งานแบบจำกัด เพิกถอนได้ ไม่ผูกขาด และโอนไม่ได้ ตลอดระยะเวลาที่ใช้บริการโดยชอบ
7.2 ข้อมูลที่ผู้ใช้บริการนำเข้าสู่ระบบยังคงเป็นของผู้ใช้บริการ โดยผู้ใช้บริการอนุญาตให้บริษัทประมวลผลข้อมูลดังกล่าวเท่าที่จำเป็นเพื่อให้บริการตามข้อกำหนดนี้
8. ข้อมูลส่วนบุคคล
การเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท เป็นไปตาม นโยบายความเป็นส่วนตัวของบริษัท ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดนี้ และในส่วนของข้อมูลผู้เช่า เป็นไปตามภาคผนวก ก
9. การจำกัดความรับผิด
9.1 บริการนี้จัดให้ "ตามสภาพที่เป็นอยู่" (as is) ภายในขอบเขตสูงสุดที่กฎหมายอนุญาต บริษัทไม่รับประกันโดยชัดแจ้งหรือโดยปริยายเกี่ยวกับความเหมาะสมต่อวัตถุประสงค์เฉพาะใด
9.2 ภายในขอบเขตสูงสุดที่กฎหมายอนุญาต ความรับผิดรวมของบริษัทต่อความเสียหายใดๆ อันเกิดจากหรือเกี่ยวเนื่องกับบริการ จำกัดไม่เกินค่าบริการที่ผู้ใช้บริการชำระให้บริษัทในช่วง 12 เดือนก่อนเกิดเหตุ และบริษัทไม่รับผิดต่อความเสียหายทางอ้อม การขาดกำไร หรือการสูญเสียข้อมูลอันมิได้เกิดจากความจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของบริษัท
9.3 ข้อจำกัดตามข้อนี้ไม่ตัดสิทธิของผู้ใช้บริการตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคหรือกฎหมายอื่นที่ไม่อาจตกลงยกเว้นได้
10. การระงับและการเลิกสัญญา
10.1 ผู้ใช้บริการยกเลิกบัญชีได้ตลอดเวลาผ่านช่องทางที่บริษัทกำหนด
10.2 บริษัทมีสิทธิระงับหรือยกเลิกบัญชี หากผู้ใช้บริการฝ่าฝืนข้อกำหนดนี้อย่างมีนัยสำคัญ ค้างชำระค่าบริการ หรือมีเหตุอันควรเชื่อว่ามีการใช้บริการโดยมิชอบ โดยบริษัทจะแจ้งให้ทราบตามสมควรเว้นแต่กรณีเร่งด่วน
10.3 เมื่อบัญชีสิ้นสุดลง ผู้ให้เช่าสามารถขอส่งออก (export) ข้อมูลของตนได้ภายใน 30 วัน นับแต่วันสิ้นสุด หลังพ้นกำหนด บริษัทจะลบหรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ตามภาคผนวก ก เว้นแต่กฎหมายกำหนดให้เก็บรักษาต่อ
11. การแก้ไขข้อกำหนด
บริษัทอาจแก้ไขข้อกำหนดนี้เป็นครั้งคราว โดยจะแจ้งการแก้ไขที่มีนัยสำคัญล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วันผ่านอีเมล ระบบ หรือ LINE การใช้บริการต่อหลังวันที่มีผลถือว่ายอมรับข้อกำหนดฉบับแก้ไข หากไม่ยอมรับ ผู้ใช้บริการมีสิทธิยกเลิกบัญชีก่อนวันดังกล่าว
12. กฎหมายที่ใช้บังคับและการระงับข้อพิพาท
ข้อกำหนดนี้อยู่ภายใต้บังคับกฎหมายไทย ข้อพิพาทที่ไม่อาจตกลงกันได้ให้อยู่ในเขตอำนาจของศาลไทย
13. ช่องทางติดต่อ
บริษัท ออนทาวน์ จำกัด (ON TOWN Co., Ltd.)
ทะเบียนนิติบุคคลเลขที่ 0835568014852
ที่อยู่: [TODO: ที่อยู่สำนักงานใหญ่ตามหนังสือรับรอง]
อีเมล: [email protected]
ภาคผนวก ก
ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
(Data Processing Agreement — DPA) — เป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการ OnTown จัดทำตามมาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
ข้อตกลงฉบับนี้ทำขึ้นระหว่าง ผู้ให้เช่า ในฐานะ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ("ผู้ควบคุมข้อมูล") กับ บริษัท ออนทาวน์ จำกัด (ON TOWN Co., Ltd.) ทะเบียนนิติบุคคลเลขที่ 0835568014852 ในฐานะ ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ("ผู้ประมวลผล") เพื่อกำหนดเงื่อนไขการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เช่าและบุคคลที่เกี่ยวข้อง ("ข้อมูลผู้เช่า") ที่ผู้ประมวลผลดำเนินการแทนผู้ควบคุมข้อมูลผ่านบริการ OnTown
ก.1 ขอบเขตและรายละเอียดการประมวลผล
1.1 ลักษณะและวัตถุประสงค์: จัดเก็บ จัดโครงสร้าง ใช้ และแสดงผลข้อมูลผู้เช่า เพื่อการบริหารการเช่า ได้แก่ การขึ้นทะเบียนผู้เช่า การจัดทำสัญญาเช่าอิเล็กทรอนิกส์ การออกใบแจ้งหนี้และใบเสร็จ การรับและตรวจสอบการชำระเงิน การแจ้งเตือนผ่าน LINE และ SMS การรับแจ้งซ่อม การจัดการย้ายออก และรายงานสำหรับผู้ควบคุมข้อมูล
1.2 ประเภทข้อมูล: ข้อมูลระบุตัวตน (ชื่อ เลขบัตรประจำตัวประชาชน/หนังสือเดินทาง วันเกิด สัญชาติ ที่อยู่) ข้อมูลติดต่อ ภาพเอกสารประจำตัว ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ข้อมูลการเช่าและการเงิน ภาพสลิปการโอนเงิน ข้อมูลบัญชี LINE ข้อมูลผู้ติดต่อฉุกเฉิน และข้อมูลการใช้บริการที่เกี่ยวข้อง
1.3 เจ้าของข้อมูล: ผู้เช่า ผู้พักอาศัยร่วม พยานในสัญญา และบุคคลติดต่อฉุกเฉินที่ผู้เช่าให้ข้อมูลไว้
1.4 ระยะเวลา: ตลอดอายุการใช้บริการของผู้ควบคุมข้อมูล และช่วงเวลาส่งมอบ/ลบข้อมูลตามข้อ ก.8
ก.2 คำสั่งของผู้ควบคุมข้อมูล
2.1 ผู้ประมวลผลจะประมวลผลข้อมูลผู้เช่า เฉพาะตามคำสั่งที่เป็นลายลักษณ์อักษรของผู้ควบคุมข้อมูลเท่านั้น โดยให้ถือว่าข้อกำหนดการใช้บริการ การตั้งค่า และการใช้ฟังก์ชันต่างๆ ในบริการโดยผู้ควบคุมข้อมูล เป็นคำสั่งตามข้อนี้ เว้นแต่เป็นการประมวลผลที่กฎหมายกำหนดให้ผู้ประมวลผลต้องกระทำ ซึ่งกรณีนั้นผู้ประมวลผลจะแจ้งให้ผู้ควบคุมข้อมูลทราบก่อนเท่าที่กฎหมายไม่ห้าม
2.2 ผู้ประมวลผลจะไม่ใช้ข้อมูลผู้เช่าเพื่อวัตถุประสงค์ของตนเอง เว้นแต่ (ก) ในรูปแบบข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ เพื่อการปรับปรุงบริการ หรือ (ข) เท่าที่จำเป็นเพื่อความมั่นคงปลอดภัยของระบบ
2.3 หากผู้ประมวลผลเห็นว่าคำสั่งใดขัดต่อ PDPA จะแจ้งให้ผู้ควบคุมข้อมูลทราบโดยไม่ชักช้า
ก.3 การรักษาความลับ
ผู้ประมวลผลจะจำกัดการเข้าถึงข้อมูลผู้เช่าเฉพาะบุคลากรที่จำเป็นต้องเข้าถึงเพื่อปฏิบัติงาน โดยบุคลากรดังกล่าวมีหน้าที่รักษาความลับตามสัญญาหรือตามกฎหมาย และการเข้าถึงข้อมูลของผู้ควบคุมข้อมูลรายใดโดยเจ้าหน้าที่ของผู้ประมวลผล (เช่น เพื่อการสนับสนุนทางเทคนิค) จะถูกบันทึกไว้ในระบบตรวจสอบ (audit log)
ก.4 มาตรการความมั่นคงปลอดภัย
ผู้ประมวลผลจัดให้มีมาตรการทางเทคนิคและองค์กรที่เหมาะสมตามมาตรา 40(2) ได้แก่ อย่างน้อย:
- การเข้ารหัสข้อมูลระหว่างรับส่ง (TLS)
- การจัดเก็บรหัสผ่านแบบเข้ารหัสทางเดียว (hashing)
- การควบคุมการเข้าถึงตามบทบาทและการแบ่งแยกข้อมูลระหว่างผู้ควบคุมข้อมูลแต่ละราย
- การเข้าถึงไฟล์เอกสารผ่านลิงก์แบบมีอายุจำกัด (presigned URL)
- การสำรองข้อมูลและแผนกู้คืนระบบ
- การบันทึกเหตุการณ์ระบบและการเข้าถึงของผู้ดูแลระบบ
ก.5 ผู้ประมวลผลช่วง (Sub-processors)
5.1 ผู้ควบคุมข้อมูลอนุญาตเป็นการทั่วไปให้ผู้ประมวลผลใช้ผู้ประมวลผลช่วงดังต่อไปนี้:
| ผู้ประมวลผลช่วง | หน้าที่ | ที่ตั้งข้อมูล |
|---|---|---|
| ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ (DigitalOcean) | โฮสต์ระบบและจัดเก็บไฟล์ | ต่างประเทศ |
| ThaiBulkSMS | ส่ง SMS/OTP | ประเทศไทย |
| EasySlip | ตรวจสอบสลิปโอนเงิน | ประเทศไทย |
| Google (Gemini API) | อ่านข้อมูลจากภาพ (OCR) | ต่างประเทศ |
| LINE Corporation | ส่งข้อความและแอปผู้เช่า | ต่างประเทศ |
5.2 ผู้ประมวลผลจะทำข้อตกลงกับผู้ประมวลผลช่วงโดยมีหน้าที่คุ้มครองข้อมูลไม่ต่ำกว่าข้อตกลงฉบับนี้ และยังคงรับผิดต่อผู้ควบคุมข้อมูลสำหรับการปฏิบัติงานของผู้ประมวลผลช่วง
5.3 การเพิ่มหรือเปลี่ยนผู้ประมวลผลช่วงที่มีนัยสำคัญ ผู้ประมวลผลจะแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน หากผู้ควบคุมข้อมูลคัดค้านโดยมีเหตุอันสมควร คู่สัญญาจะหารือแนวทางร่วมกัน รวมถึงสิทธิของผู้ควบคุมข้อมูลในการยกเลิกบริการ
5.4 กรณีการส่งข้อมูลไปยังผู้ประมวลผลช่วงในต่างประเทศ ผู้ประมวลผลจะดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์การส่งข้อมูลไปต่างประเทศตามมาตรา 28-29
ก.6 การสนับสนุนการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล
เมื่อผู้เช่าหรือเจ้าของข้อมูลใช้สิทธิตาม PDPA ต่อผู้ควบคุมข้อมูล (เข้าถึง แก้ไข ลบ ระงับ โอนย้าย คัดค้าน ถอนความยินยอม) ผู้ประมวลผลจะจัดเครื่องมือหรือดำเนินการตามคำขอของผู้ควบคุมข้อมูลภายในเวลาอันสมควร หากเจ้าของข้อมูลยื่นคำขอต่อผู้ประมวลผลโดยตรง ผู้ประมวลผลจะส่งต่อคำขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลโดยไม่ชักช้า
ก.7 การแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
7.1 หากเกิดเหตุละเมิดข้อมูลผู้เช่า ผู้ประมวลผลจะแจ้งผู้ควบคุมข้อมูล โดยไม่ชักช้า และไม่เกิน 48 ชั่วโมง นับแต่ทราบเหตุ พร้อมรายละเอียดเท่าที่มี ได้แก่ ลักษณะเหตุ ประเภทและจำนวนข้อมูล/เจ้าของข้อมูลที่ได้รับผลกระทบ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และมาตรการที่ดำเนินการแล้วหรือเสนอให้ดำเนินการ
7.2 ผู้ประมวลผลจะให้ความร่วมมือแก่ผู้ควบคุมข้อมูลในการแจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายใน 72 ชั่วโมงตามที่กฎหมายกำหนด และการแจ้งเจ้าของข้อมูลเมื่อจำเป็น
ก.8 การส่งคืนและการลบข้อมูล
8.1 เมื่อการใช้บริการสิ้นสุดลง ผู้ควบคุมข้อมูลสามารถส่งออก (export) ข้อมูลผู้เช่าได้ภายใน 30 วัน
8.2 หลังพ้นกำหนดตามข้อ ก.8.1 ผู้ประมวลผลจะลบหรือทำให้ข้อมูลผู้เช่าไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ภายใน 60 วัน เว้นแต่กฎหมายกำหนดให้เก็บรักษาต่อ ซึ่งกรณีนั้นจะเก็บโดยจำกัดการเข้าถึงและเฉพาะเท่าที่กฎหมายกำหนด
ก.9 การตรวจสอบ
ผู้ประมวลผลจะจัดทำและเก็บบันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผลตามมาตรา 40(3) และเมื่อผู้ควบคุมข้อมูลร้องขอโดยมีเหตุอันสมควร ผู้ประมวลผลจะให้ข้อมูลที่จำเป็นเพื่อแสดงการปฏิบัติตามข้อตกลงฉบับนี้ ปีละไม่เกินหนึ่งครั้ง เว้นแต่มีเหตุละเมิดข้อมูลหรือคำสั่งของหน่วยงานกำกับดูแล
ก.10 ความรับผิด
ความรับผิดของคู่สัญญาภายใต้ข้อตกลงฉบับนี้เป็นไปตามข้อจำกัดความรับผิดในข้อกำหนดการใช้บริการ เว้นแต่ความรับผิดที่กฎหมายไม่อนุญาตให้จำกัด ทั้งนี้ แต่ละฝ่ายรับผิดชอบค่าปรับทางปกครองที่เกิดจากการฝ่าฝืนหน้าที่ตามกฎหมายของฝ่ายตน
ก.11 ลำดับศักดิ์ของเอกสาร
กรณีข้อความในข้อตกลงฉบับนี้ขัดแย้งกับข้อกำหนดการใช้บริการในส่วนที่เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ให้ใช้ข้อตกลงฉบับนี้บังคับ